Home / ข่าวทั่วไป / “ชาร์จแบตมือถือผิดวิธี” เสี่ยงมือถือพังไม่ทันตั้งตัว

“ชาร์จแบตมือถือผิดวิธี” เสี่ยงมือถือพังไม่ทันตั้งตัว

เชื่อว่าวิธีดังต่อไปของการ “ชาร์จแบตสมาร์ทโฟนให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น!!” บอกเลยว่าเป็นวิธีที่ไม่ยากและทำได้ง่ายจ้า แต่ส่วนใหญ่เเล้วเรามักจะละเลยกันเสียมากกว่า จนอาจจะเป็นเหตุทำให้ระเบิด!

แน่นอนว่าการชาร์จแบตมือถือกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคนในยุคปัจจุบัน เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่ามือถือเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ที่หลายคนไม่ทราบคือวิธีการชาร์จแบตมือถือที่ถูกต้อง จนทำให้เกิดเหตุการณ์มือถือระเบิดอยู่บ่อยครั้ง และวันนี้เราจะมาชี้ 7 ข้อห้ามในการชาร์จแบตมือถือ และ 8 วิธีชาร์จแบตมือถือที่ถูกต้อง จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย…

7 วิธี ชาร์ตแบตมือถือแบบผิดๆ

1. หากอยากจะให้เเบตเตอรี่มาอายุการใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น ควรเริ่มชาร์จเเบต เมื่อเหลือเเค่เพียง 50 % ก็สามารถนำมาชาร์จทิ้งไว้กันได้แล้ว

2. เเละเมื่อหยิบสมาร์ทโฟนมาชาร์จแล้ว ก็ไม่ควรปล่อยชาร์จทิ้งไว้จนเเบตเต็ม 100 % เพราะนี่คือสาเหตุที่ทำให้เเบตเตอรี่ค่อยๆเสื่อมลง

3. ไม่ควรทิ้งสมาร์ทโฟนเสียบสายชาร์จ ชาร์จจนเต็ม 100 % บ่อยครั้งหนัก

4. อย่าปล่อยให้สมาร์ทโฟนร้อนมากเกินไป หากร้อนมากก็ควรถอดเคส เพื่อระบายอากาศ

5. หากสมาร์โฟนตกน้ำ ก็ไม่ควรเอาไปแช่ถังข้าวสาร เอาจะทำให้สมาร์ทโฟนเปิดติดจริง แต่รู้มั๊ยว่าข้างในอาจจะช็อตกันไปหมดแล้ว

6. หากเลือกสายชาร์จแบต ก็ควรจะเลือกที่มีมาตรฐานรับรอง อย่าเอาแต่ของถูก มะฉะนั้นอาจจะชาร์จแบตไปเเล้วระเบิดมาก็ได้

7. ไม่ควรโยนสมาร์ทโฟนเล่น เพราะนี่เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เเบตเตอรี่เสื่อม บางทีอาจถึงขั้นระเบิดเลยก้เป็นได้

5 วิธีชาร์จแบตมือถือที่ถูกต้องและควรทำ

1.เลือกอุปกรณ์ชาร์จที่มีคุณภาพ
เรื่องแรกที่ต้องรู้ก่อนเลยคือเรื่องของการเลือกอุปกรณ์ชาร์จไฟกับมือถือจะต้องเลือกให้ปลอดภัยและมีฉลากและข้อมูลที่ชัดเจน และมีราคาที่ไม่ได้แพงเวอร์เกินไป และสายชาร์จที่ใช้ชาร์จไฟไม่ควรจะมีรอยขาด

2.ไม่ความปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือต่ำเกินไป
การเหลือที่ปริมาณแบตเตอรี่ที่น้อยเกินไปเช่น 20% ก็มีความเสี่ยงที่จะเสียรอบการชาร์จสูงเหมือนกัน ฉะนั้นแล้วปริมาณที่ควรชาร์จคือ 30% แต่ถ้าปล่อยต่ำก็ไม่ควรทำบ่อย ๆ เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม Battery University บอกว่าการปล่อยให้แบตหมดเกลี้ยงจนเครื่องดับไปในแต่ละครั้ง จะทำให้ตัวแบตเตอรี่เกิดความเสื่อมขึ้นทันที

3.ไม่ควรใช้งานระหว่างชาร์จไฟ
เหตุผลที่ไม่ควรชาร์จไฟใช้ไฟ เพราะไฟฟ้าอาจจะทำให้เกิดการรั่วไหลและทำให้เกิดการช็อตได้ และอีกเรื่องหนึ่งคือ เกิดความร้อนของเครื่องที่ทำให้เป็นภัยร้ายแรงต่อแบตเตอรี่ได้เช่นเดียวกัน

4.อย่าชาร์จในที่ ๆ อากาศร้อนเกินไป
แบตเตอรี่และอุปกรณ์ของมือถือ มักจะไม่ถูกกับเรื่องของความร้อน ฉะนั้นในเวลาชาร์จไฟควรเลือกสภาพแวดล้อมที่ไม่ร้อนเกินไป เพราะนอกจากแบตเตอรี่เสื่อมแล้ว อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

5.หากเป็นเวลากลางคืน ควรจะปิดเครื่องชาร์จจะดีกว่า
ส่วนเรื่องที่จะเสียบชาร์จไฟทั้งคืนนั้นได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละคน แต่ส่วนมากมักจะเปิดเครื่องไว้ แต่มันก็มีข้อเสียตรงที่ ไฟฟ้าจะไหลเข้าไปในเครื่องเข้าไปจนเกินความร้อน

6.พยายามรักษาระดับแบตเตอรี่ให้อยู่ในช่วงระหว่าง 65% ถึง 75%
ข้อมูลจาก Battery University รายงานว่า แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนในสมาร์ทโฟนของเราจะมีอายุยืนนานที่สุด ถ้าเราทำให้มันมีประจุไฟฟ้าในตัวอยู่ในช่วงระหว่าง 65% ถึง 75% ตลอดเวลา ข้อมูลนี้อาจจะทำได้ยากในชีวิตประจำวันและแลดูเป็นอุดมคติไปสักหน่อย แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทราบว่าพฤติกรรมของแบตเตอรี่ในมือถือของเรานั้นเป็นอย่างไร

7.การชาร์จมือถือที่ดีที่สุดคือ ชาร์จทีละเล็กน้อย แต่ชาร์จให้บ่อยครั้ง
ข้อมูลจาก Battery University บ่งชี้ว่าการชาร์จด้วยวิธีนี้ไม่มีข้อเสียกับตัวแบตเตอรี่เลย ถ้ามีโอกาสควรชาร์จให้บ่อยครั้ง ครั้งละแค่ 2-3 นาทีก็ยังดี

8.ไม่ควรชาร์จแบตจนเต็ม 100% โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชาร์จจากระดับที่ประจุไฟเหลืออยู่น้อยมาก
การชาร์จแบตมือถือจากระดับ 25% ไปจนถึงระดับเต็ม 100% จะทำให้แบตเตอรี่มีความสามารถในการประจุไฟฟ้าลดลงและทำให้อายุของมันสั้นลง

ข้อมูลจาก Battery University บอกว่าเราไม่จำเป็นต้องชาร์จแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจนเต็ม 100% และแบตเตอรี่ชนิดนี้ก็ไม่ชอบให้เราทำเช่นนั้นด้วย มันจะดีกว่าถ้าเราไม่ชาร์จแบตจนเต็ม เพราะว่าจะทำให้แบตเกิดความเครียดและเสื่อมเร็วกว่าปกติได้ หรือถ้าหากจำเป็นต้องชาร์จจนเต็ม 100% เพื่อแลกกับการใช้งานต่อเนื่องที่ยาวนานกว่า เมื่อชาร์จเต็มแล้วไม่ควรเสียบสายชาร์จค้างไว้

cr:partiharn.com

Facebook Comments

Check Also

เงินพิเศษและอื่นๆที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับในเดือน กันยายน

เชื่อว่าหลายๆคน …