Home / ข่าวทั่วไป / วอชิงตันโพสต์ แนะทรัมป์ ประชาธิปไตยจอมปลอมของไทย ยังไม่คู่ควรกับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ

วอชิงตันโพสต์ แนะทรัมป์ ประชาธิปไตยจอมปลอมของไทย ยังไม่คู่ควรกับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ

บีบีซีไทย ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ วอชิงตันโพสต์ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา แนะนำรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า ยังไม่ควรฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทยอย่างเต็มรูปแบบ

สื่อทรงอิทธิพลของสหรัฐฯ แห่งนี้ชี้ว่า แม้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร ได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามาจากการเลือกตั้ง แต่ประชาธิปไตยจอมปลอมของไทยไม่คู่ควรกับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ

บทบรรณาธิการเริ่มต้นด้วยการให้ภาพว่าไทยเป็นชาติพันธมิตรนอกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2013 และการวางแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ในเอเชียของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมืออย่างมากจากไทย แต่เป็นเวลา 5 ปีมาแล้วที่สหรัฐฯ ระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่กองทัพไทย เพราะการก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

แม้ว่าขณะนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำรัฐบาลทหาร สามารถจัดการให้ตัวเองได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามาจากการเลือกตั้งได้แล้ว และรัฐบาลของเขากับบุคคลในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บางส่วน กำลังหวังว่า จะมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์กันอย่างเต็มรูปแบบ แต่ไทยไม่ควรได้รับสิ่งนี้

การตัดความช่วยเหลือเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐบัญญัติการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ (Foreign Assistance Act) ของสหรัฐฯ ที่ห้ามไม่ให้มีความร่วมมือทางการทหารกับประเทศที่ขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยการใช้กำลัง การห้ามนี้อาจถูกยกเลิกได้ หากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ให้การรับรองว่า ประเทศนั้นได้กลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว

แต่การรับรองให้ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (5 มิ.ย.) ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าประชาธิปไตยของปลอม หลังจากจัดการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมอย่างน่ารังเกียจ โดยฝ่ายที่เห็นตรงข้ามรัฐบาลทหารบางส่วนถูกห้ามไม่ให้ลงเลือกตั้ง และมีอีกหลายคนที่ถูกตั้งข้อหาอาญาหลายข้อหา

วอชิงตันโพสต์ยังชี้ด้วยว่ารัฐธรรมนูญใหม่สร้างความได้เปรียบอย่างใหญ่หลวงให้กองทัพ วุฒิสภาซึ่งมีสมาชิก 250 คนที่มาจากการแต่งตั้ง แต่กลับมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรที่มีสมาชิก 500 คน แม้ว่าประชาชนไม่ชื่นชอบ พล.อ. ประยุทธ์ แต่เขาก็เอาชนะมาได้ แม้การเลือกตั้งในเดือน มี.ค. แนวร่วมฝ่ายค้านจะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรคที่สนับสนุนกองทัพได้ที่นั่งไม่ถึง 126 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนเสียงที่ต้องมีในการสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี

และนั่นได้นำไปสู่การร่วมกันหาทางจัดการเพื่อสร้างความได้เปรียบอีกครั้งหนึ่ง เริ่มจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แก้ไขกฎในการจัดสรรปันส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลังการเลือกตั้ง ส่งผลให้แนวร่วมฝ่ายค้านสูญเสียเสียงข้างมาก และพรรคขนาดเล็ก 11 พรรค ได้ที่นั่งพรรคละ 1 ที่นั่ง ทุกพรรคสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ ทำให้เขาได้คะแนนเสียงตามที่ต้องการ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

รัฐบาลสร้างความได้เปรียบให้ตัวเองด้วยการให้ศาลตัดสิทธิสมาชิกพรรคฝ่ายค้านบางคน รวมถึงแกนนำแนวร่วมฝ่ายค้านที่ได้รับความนิยมสูงสุดด้วย มีรายงานว่า ได้มีการเสนอสินบนมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ย้ายข้างด้วย

ผลที่ได้ก็คือ แนวร่วม 19 พรรคที่อ่อนแอ ร่วมกันสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเสียงข้างมากเกินมา 5 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร ความอ่อนแอของรัฐบาลนี้ จะทำให้กองทัพไทย…มีอำนาจมากขึ้นต่อไป

บทบรรณาธิการของวอชิงตันโพสต์ ยังสรุปด้วยว่า รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่ลังเลที่จะร่วมมือทางการทหารกับรัฐบาลที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโจ่งแจ้งในหลายประเทศ เช่น อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย การรับรองของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ว่ารัฐบาลของไทยเป็นรัฐบาลพลเรือนและเป็นประชาธิปไตยแล้ว ถือเป็นการเหยียบย่ำกฎหมายที่รัฐสภาสหรัฐฯ บัญญัติขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งที่กองทัพไทยได้กระทำลงไป

ถ้ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการฟื้นฟูความร่วมมือบางส่วน สามารถทำได้ด้วยการยกเว้นให้ตามที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ แต่ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อแลกกับการได้มาซึ่งสิทธิมนุษยชนที่จับต้องได้ และรัฐบาลสหรัฐฯ ควรจะยอมรับว่าไทยยังไม่ได้กลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ขอบคุณ www.siamtopic.com

Facebook Comments

Check Also

นาทีสุดประทับใจ พี่บิณฑ์ โผเข้ากอดคุณแม่สุดที่รัก หลังมีโอกาศได้กลับบ้าน

เรียกได้ได้ว่าเ …